[SF] Need you now {3} END.

posted on 04 May 2012 23:39 by starxx  in FIC

Title: Need you now
Author: hayzte
Pairing: YunxJae
Note: ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Need you now ของ Lady Antebellum นะจุ๊ แต่ว่าไม่ได้แต่งตามเนื้อเพลงทุกอย่าง แต่ฉากส่วนมากก็เกิดจินตนาการจากเนื้อเพลงล่ะน้า คิคิคิ

หลังจากตอนที่สองแล้วไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงเลย 5555

แท็ก #needyounowyj ในทวิตเตอร์นะจ๊ะคนดี =))

หลังจากตอนนี้ไปเรารวมร่างยุนแจแล้ว โฮ่ๆ 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

ปวดหัว

 

นั่นคือสิ่งแรกที่ยุนโฮรับรู้ได้หลังจากรู้สึกตัว

 

ตาเรียวค่อยๆเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดลอดผ้าม่านจากหน้าต่างมาส่องพอดี ก็เลยแสบตาและตื่นขึ้นมาได้ ยุนโฮพบว่าร่างใหญ่ๆของตนนอนอยู่ที่เตียงของตัวเอง ในห้องของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้เขาโล่งอกขึ้นมาได้บ้าง ถ้าถามถึงความทรงจำเกี่ยวกับเมื่อคืนแล้ว ยุนโฮบอกได้ว่าหลังจากนั่งคุยกับอาราในผับ ก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย เพราะงั้นถือเป็นโชคดีที่สุดที่ได้ตื่นมาในห้องนอนของตัวเองโดยที่ไม่มีผู้หญิงแปลกหน้านอนอยู่ข้างๆ

 

ยุนโฮอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ แต่กางเกงยังเป็นตัวเมื่อวานอยู่

 

ใครพากลับมา?

 

สงสัยได้ไม่นานก็เหมือนจะได้กลิ่นคำตอบนั้นลางๆ ร่างสูงสูดจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นอาหารมาจากด้านนอก

 

แจจุง..

 

ยุนโฮลุกพรวดขึ้นจากเตียงแล้วกุลีกุจอออกไป แต่สุดท้ายก็ไม่พบใคร นอกจากผู้หญิงคนเดิมที่เจอเมื่อคืนใส่ผ้ากันเปื้อนและงุ่นอยู่กับอาหารเช้า

 

“อ้าว.. พี่ตื่นแล้วหรอ ทำเสร็จว่าจะไปเรียก ฮ่ะๆ พอดีเลย นั่งสิคะ” หญิงสาวหันมายิ้มให้

 

“อะ..อารา” ถามว่าตกใจไม่ แน่นอน ยุนโฮตกใจมาก แต่ที่มากกว่านั้นคือความสงสัย ทำไมอารามาอยู่ที่นี่? งั้นคนที่ถอดเสื้อของเค้าออกก็คงเป็นอารา? ไม่สิ จริงๆแล้วเค้าอาจจะร้อนแล้วถอดออกเองก็ได้ .. แต่คนเมาจะมีสติถึงขั้นถอดเข็มขัดกับถุงเท้าเลยหรอ ด้วยสภาพเมามายแบบนั้น

 

ยุนโฮตอบไม่ได้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาจำอะไรไม่ได้เลย

 

“เมื่อคืน.. พี่”

 

“พี่เมาเละเลยล่ะ ฉันเลยให้ยามแบกพี่ขึ้นมา” อาราตักไข่ดาวใส่จาน วางลงบนโต๊ะทานข้าวแล้วเลื่อนไป พยักหน้านิดๆให้ยุนโฮลงมานั่ง

 

“แล้ว ..เสื้อผ้าพี่ล่ะ”

 

“อ้อ.. ฉันเป็นคนถอดเองล่ะ ขอโทษนะ” ยุนโฮเลื่อนเก้าอี้และนั่งลง ที่ถามไปนั้นไม่ได้สำคัญอะไรเลยสักนิด จริงๆแล้วในใจแค่อยากรู้ข้อเดียวว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เขาทำอะไรลงไปที่ไม่รู้ตัวบ้างไหม.. ยุนโฮรู้นิสัยของตัวเองดี หลายครั้งที่เมาแล้วปล้ำแจจุง ไม่สิ จริงๆแล้วแจจุงก็สมยอมต่างหาก แต่ก็อีกนั่นแหละ.. มันก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเมาแล้วหน้ามืดขึ้นมา ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำอะไรก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าทำขึ้นมาจริงๆ

 

ยังไงก็ต้องรับผิดชอบล่ะนะ..

 

“อารา.. คือ เมื่อคืนนี้.. เกิดอะไรขึ้-“

 

“เรื่องนั้นน่ะไม่ต้องห่วง สบายใจได้ พี่ล้มลงนอนปุ๊ปก็หลับปุ๋ยไปเลย ตอนนั้นมันดึกฉันไม่กล้าเรียกแท็กซี่กลับ ก็เลยถือวิสาสะนอนค้าง แต่ว่าฉันนอนที่โซฟาหน้าทีวีนั่นแหละ เนี่ยทำกับข้าวเสร็จแล้วก็จะกลับแล้วล่ะ ฝากรถไว้ที่ร้านอยู่เลย” หญิงสาวพูดขัดขึ้นเป็นชุด อธิบายให้ฟังทุกอย่างจนยุนโฮกระจ่าง ร่างสูงถอนหายใจแล้วยิ้มออกมา โล่งอกไปที

 

“ขอบใจมากนะ”

 

“อื้ม.. งั้น.. ฉันไม่กวนล่ะ กลัวรถหายซะก่อน คราวหลังพี่ก็ระวังๆหน่อยล่ะ ดื่มจนเมาแบบนี้แย่แน่ๆ”

 

“เข้าใจแล้ว ให้พี่ไปส่งข้างล่างไหม?”

 

“ไม่เป็นไรๆ พี่กินข้าวเถอะ ฉันกลับล่ะ บาย” อาราโบกมือให้ก่อนจะเปิดประตูออกไป เมื่อประตูปิดลงหญิงสาวถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้

 

“ขอโทษนะ..พี่ยุนโฮ”

 

.

.

.

.

.

 

เช่นเดียวกันกับคนในห้อง ร่างสูงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ก่อนจะลงมือทานอาหารเช้าที่รุ่นน้องเตรียมไว้ให้ เรื่องเมื่อคืนนี้คงไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองอีกแล้ว เหลือแต่เรื่องวันนี้เท่านั้น

 

เดี๋ยวนะ..

 

แจจุง..

 

ยุนโฮลุกขึ้นพรวด วิ่งหน้าตั้งกลับไปค้นโทรศัพท์ในห้อง ไม่นานก็พบว่ามันอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่พาดไว้ ร่างสูงตาโตรีบเปิดขึ้นมาดู

 

ชิบหายละ

 

แบตคงหมดตั้งแต่เมื่อคืน

 

ร่างหนาออกตัววิ่งอีกครั้ง ยุนโฮใช้เวลาในการอาบน้ำเตรียมตัวไม่ถึง 15 นาทีในวันนี้ ทั้งๆที่ปกติแล้วเป็นที่ทำอะไรแบบนี้ช้ามาก แต่เพราะเรื่องสำคัญ .. คนสำคัญที่สุด

 

ยุนโฮรู้ดีว่าแจจุงคงรอโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากมีสติแล้วก็ตระหนักได้อีกทีว่าแจจุงแค่ขี้น้อยใจตามประสา ไม่ได้ไล่ตัวจริงจัง ก่นด่าตัวเองในใจที่มัวแต่โง่งมน้อยใจแจจุงไปได้ ถามแจจุงในใจไม่รู้หรือไงว่ายุนโฮรักมากขนาดนี้ แต่ไม่เคยถามตัวเองเลยว่าไม่รู้หรือไงว่าแจจุงรักมากขนาดไหน ถึงได้โมโห ถึงได้หึง ..

 

จะว่าไป

 

แจจุงนี่..

 

น่ารักจังน๊า..

 

ร่างสูงยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้าคนรักเวลาแก้มแดงๆพองออก เวลากระฟัดกระเฟียดงอนโน่นงอนนี่ เมื่อวานนี้เค้าก็ใจร้อนเกินไปจริงๆ ถ้าเอาน้ำเย็นเข้าลูบแจจุงนานๆก็คงใจอ่อน หรือไม่ก็รอให้แจจุงหายโกรธก่อนแล้วไปง้อก็ไม่เสียหาย

 

และแล้วยุนโฮก็เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูที่คุ้นเคย เจ้าตัวไม่คิดจะเคาะอยู่แล้ว มือหนาไขกุญแจและบิดลูกบิดเบาๆเพราะกลัวคนในห้องจะรู้ตัวหากนอนหลับอยู่ ยุนโฮค่อยๆแง้มประตูและยื่นหน้าเข้าไปดูลาดเลา แต่สิ่งที่พบไม่ใช่ห้องว่างเปล่าแบบที่ตนเดินจากมาเมื่อคืน ร่างสูงชะงักไป

 

ข้าวของทุกอย่างกระจัดกระจายจนเละเทะไปหมด ทั้งหนังสือ ซีดี และรูปถ่าย ยุนโฮรีบเดินเข้าไปหาคนรัก แต่แค่เดินเข้ามาไม่กี่ก้าวเป้าหมายของเขาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

คิม แจจุง

 

ร่างเล็กนั่งพิงตู้เก็บเครื่องดื่มอยู่ในชุดเดิมกับเมื่อคืน แจจุงนั่งกอดเข่าและก้มหน้าลง ไหล่บางสั่นสะท้าน และนั่นก็ทำให้ยุนโฮใจสลายไปด้วย

 

แจจุงไม่ได้หลับ

 

แจจุงกำลังร้องไห้

 

และคิดว่าคงร้องมาตั้งแต่เมื่อคืน

 

“แจจุงอา..” ร่างสูงรีบเดินเข้าไปโอบไหล่คนรักไว้ เรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

ใบหน้าหวานเงยขึ้นมา ยุนโฮมองแล้วสงสารจับใจ ดวงตาแจจุงแดงก่ำและบวมมาก จมูกเล็กๆนั่นก็แดง และแก้มใสก็ยังมีคราบน้ำตาอยู่ แต่พอร่างเล็กได้มองให้เต็มตาว่าใครมา ก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทันที

 

“ยุนโฮ..ฮึก.. ขอโทษ.. ขอโทษ.. ฮือ..อย่าไปไหนอีกนะ ..ขอโทษ ..ยุนโฮ แจจุงขอโทษ” แจจุงโผเข้ากอดยุนโฮแล้วร้องโฮออกมาทันที มือหยาบลูบหลังลูบหัวแจจุงเป็นพัลวัน

 

“จุ๊ๆ.. ฉันขอโทษนะแจจุง ฉันมาแล้ว ฉันอยู่นี่แล้ว” ร่างสูงจูบกลุ่มผมนุ่มอย่างรักใคร่ ก่อนจะเลื่อนมาจูบหน้าผากคนที่เอาแต่ร้องไห้ไม่รู้เรื่อง

 

“ฮึก.. เมื่อคืน.. ขอโทษ ..อย่าไปไหนอีกนะ อยู่กับฉัน ..อยู่กับฉันนะยุนโฮ” แจจุงกอดรัดยุนโฮแน่นมากขึ้นไปอีก หยุดร้องไห้ไม่ได้แล้ว ไม่อยากให้ยุนโฮไปไหนอีกแล้ว แจจุงคิดทั้งคืน ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเขาเอง ถ้าฟังยุนโฮสักนิด ถ้าเชื่อใจยุนโฮมากกว่านี้ ..

 

“ครับ.. อยู่นี่แล้วนะ คนดี ไม่ร้องแล้ว..หือ ไหนดูซิ ตาบวมเป็นกบเลย” ยุนโฮจับหน้าแจจุงมาเช็ดน้ำตา ก่อนจะจูบหน้าผากปลอบขวัญคนรักอีกครั้ง

 

“เราไปกินข้าวกันเถอะนะ” แจจุงสูดจมูกและลุกขึ้น จูงมือยุนโฮไปที่โต๊ะอาหาร ทั้งหมดตรงหน้าของทั้งคู่นี้คือที่แจจุงเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืน หน้าตาของมันจืดชืดและคงไม่ต่างกับรสชาติ “อ๊ะ.. แย่จัง ยุนโฮนั่งรอก่อนนะ ฉันจะไปทำใหม่” แจจุงลุกลี้ลุกลนจะเดินไปที่ครัว แต่มือเล็กๆก็โดนคว้าไว้ซะก่อน

 

ร่างบางหันมาเป็นเชิงถามว่ามีอะไร แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของยุนโฮเท่านั้น

 

อา.. อุ่นจังเลย

 

ทุกครั้งที่ยุนโฮยิ้มแบบนั้น ทั้งตัวและหัวใจมันอุ่นซ่านไปหมด

 

“ไม่เป็นไร มานี่มา” ร่างสูงกระตุกมือคนรักให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เขาหลับตาและจูบหน้าผากมนของแจจุงเนิ่นนาน

 

“ฉันรักแจจุง” ยุนโฮพูดก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงจูบจมูกเล็กๆนั่น

 

“ที่สุด” เขาแตะริมฝีปากลงไปเบาๆ

 

“คนเดียว” ร่างสูงพูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกดจูบลงไปอย่างหนักแน่น จูบนี้ช่างหวานเหลือเกินในความคิดของแจจุง ..มันปัดเป่าความทุกข์และความเสียใจทั้งหมดให้หายไป ในหัวนั้นขาวโพลน มีแต่ความรู้สึกที่มอบให้กัน มีแต่ไอของความรักที่ลอยอยู่รอบๆ

 

ร่างสูงแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากและดูดกลืนอย่างอ่อนโยน ทุกการกระทำนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความถนุถนอม ยุนโฮยกแจจุงขึ้นให้เอาขาเกี่ยวเอวไว้ เรียวแขนเล็กโอบรอบคอและครางเบาๆด้วยความสุข ..ร่างหนาเดินช้าๆไปที่ห้องนอนในขณะที่ริมฝีปากยังคงแลกจูบแสนหวานกับอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เขาวางคนในอ้อมแขนลงอย่างแผ่วเบา ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของอีกฝ่ายและตัวเองออกก่อนจะทาบทับตามลงไป

 

ยุนโฮไล่จูบลงมาที่ซอกคอ แนบแน่นและเสียวซ่านจนแจจุงครางหวาน เขาจูบไปทุกที่ของแจจุงด้วยความรัก รักทุกส่วนของแจจุง หัวไหล่ ยอดอก หน้าท้อง ทุกที่ที่เป็นของแจจุง ริมฝีปากหนาดูดดุนยอดอกสีชมพูนั้นอย่างหิวกระหาย มือกร้านลูบไล้ไปทั่วผิวเนียน บีบเค้นก้นนิ่มของแจจุงจนร่างบางบิดเร่า

 

“อื้อ...” มือเล็กกำผ้าห่มแน่น ยุนโฮชอบทำให้แจจุงเคลิ้มจนเป็นแบบนี้ทุกที

 

ทำไมเก่งจัง

 

ยุนโฮจับแกนกายของร่างบางไว้และเริ่มรูดขึ้นลง เมื่อเห็นแจจุงร้องครางและแอ่นอกด้วยความเสียวสะท้านก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้

 

“ยะ..ยุนโฮ” แจจุงเรียกเสียงสั่น

 

“หืม” ร่างสูงเลื่อนตัวขึ้นจูบหน้าผากชื้นเหงื่ออีกครั้งก่อนจะใช้มือทัดผมแจจุง

 

“ให้ฉัน..ทำให้นายนะ” จบประโยคยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วนานๆทีมากๆที่แจจุงจะทำให้ ถ้าเจ้าตัวไม่เกิดอารมณ์ก่อนหรือมีอะไร ยุนโฮจะเป็นคนทำตลอด “วันนี้.. ให้ฉันทำให้ยุนโฮเถอะนะ” ริมฝีปากแดงๆนั้นพูดอย่างไม่มั่นใจนัก แต่หน้าแดงๆแบบนี้ทำเอายุนโฮอยากจะจูบให้ตายไปเลยจริงๆ เขายิ้มให้และพลิกตัวลงนอนหงาย

 

“ได้สิ..” แจจุงหน้าแดง ค่อยๆขยับตัวขึ้นไปคร่อมยุนโฮ แต่ไม่ใช่คร่อมในทิศทางปกติ แทนที่แจจุงจะหันหน้ามาหายุนโฮ แน่นอนถ้าจะทำให้ก็ต้องหันออก ร่างเล็กก้มลงจับแก่นกายแล้วดูดดุนอย่างเงอะงะ สะโพกของแจจุงยกขึ้น ช่องทางสีหวานเลยมาอยู่ตรงหน้ายุนโฮแทน ร่างสูงที่อดรนทนกับร่างกายของคนรักไม่ไหวก็เลยยกหัวขึ้นแล้วสอดลิ้นเข้าไปมอบความรักให้อีก

 

“อ๊ะ..” ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย นั่นมันทำให้แจจุงรู้สึกดีมาก มือขาวไม่หยุดรูดท่อนเนื้อของยุนโฮ ลิ้นเล็กๆนั้นก็แลบเลียไปทั่วตั้งแต่ส่วนหัวจรดโคน แจจุงอยากให้ยุนโฮมีความสุข ..

 

“อืม.. แจจุง” มือเล็กขยับไวขึ้นเมื่อยุนโฮเรียก ก้มลงดูดเลียอย่างน่ารัก ไม่นานน้ำหนืดก็ฉีดพุ่งอยู่ในโพรงปากของแจจุง ร่างบางพลิกตัวกลับมานอนหงายข้างๆและอ้าแขนรอให้ยุนโฮมากอด ร่างสูงที่แสนจะรู้งานก็ลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายคร่อมแจจุง นัยน์ตาคมมองจ้องใบหน้าของคนรักและหัวเราะกับตัวเองเบาๆ

 

“หัวเราะอะไร?” แจจุงถาม

 

“แค่คิดน่ะ”

 

“คิด? คิดว่า?”

 

“ก็แค่คิดว่า ..ทำไมเมียเรานี่น่ารักจัง” คำตอบทำเอาแจจุงหน้าแดง “มีน้ำเปื้อนแก้มแบบนี้แล้ว ..โคตรน่ารักเลย เอาไว้แบบนี้แหละ เอ็กซ์ดี” ยิ่งยุนโฮสาธยาย แจจุงก็อยากจะฟาดๆๆให้ตายไปข้าง เขินเป็นบ้า ให้ตาย

 

มือหยาบจับขาของแจจุงให้แยกออก ยุนโฮใช้ส่วนหัวถูที่ปากทางไปมา เล่นเอาคนข้างใต้ขนลุกเกรียวและครางออกมาเบาๆ ร่างสูงกดแกนกายลงไปครึ่งนึงพร้อมกับเสียงของแจจุงที่ตามมา

 

“อ๊าาาาา..” ร่างบางครางอย่างเสียวซ่าน ยุนโฮเข้ามาแค่นิดเดียวแต่ทำเอาแจจุงหายใจหอบเร่า เหมือนความสุขมันล้นจนแทบจะสำลัก มันรู้สึกดีจนอยากจะตะโกนออกมาให้ดังกว่านี้ แขนเรียวเล็กอ้าออกเรียกให้ยุนโฮโถมเข้าหาตนอีกครั้ง และยุนโฮก็ทำตามคำขอนั้น ร่างสูงโถมตัวลงกอดแจจุง เช่นเดียวกับส่วนล่างที่สอดเข้าไปจนมิด แจจุงเอาแขนสอดใต้ปีกยุนโฮและกอดเอาไว้แน่น ระบายความสุขทั้งหมดบนแผ่นหลังนี้

 

มันเหมือนกับว่าทั้งคู่ต่างมอบความสุขให้กันและกัน

 

แจจุงมีความสุขมาก

 

ยุนโฮก็มีความสุขมาก

 

ร่างสูงกอดคนใต้ร่างไว้แนบแน่นและกดจูบซ้ำเล่าซ้ำอีก ยุนโฮค่อยขยับๆ และนั่นทำให้สติสัมปัชชัญญะของแจจุงแตกกระจาย

 

“อื๊มม... อะ...” เสียงครางหวานดังลั่น สลับกับเสียงทุ้มของยุนโฮ ทั้งคู่หอบพร่า ลมหายใจเข้าออกนั้นรุนแรงดังพายุ ร่างสูงขยับเร็วขึ้น และแรงขึ้นเรื่อยๆจนได้ยินเสียงผิวเนื้อกระทบกันอย่างบ้าคลั่ง

 

“อืม.. แจจุง” ยุนโฮขยับกายแรงจนแจจุงเลื่อนตัวไปด้วย ร่างบางขยับสะโพกรับทุกจังหวะที่ถาโถมเข้ามา มือเล็กจิกไปบนแผ่นหลังยุนโฮอย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยว แจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกเหว กำลังจะขาดใจ ยุนโฮเองก็เช่นกัน ร้อนรุ่มไปหมด ข้างในของแจจุงทั้งร้อนระอุและตอดรัดจนแทบบ้า ในห้องกว้างนี้มีแต่เสียงของคนสองคนเท่านั้น เสียงเนื้อกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะ เสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยรุนแรงค่อยเสริมเหมือนเป็นเครื่องดนตรี และเสียงขับร้องของคนสองคนที่ลุ่มหลงอยู่ในร่างกายของอีกฝ่ายไม่แพ้กัน

 

“อ๊าาาาาา.. ยุนโฮ.. ยุนโฮ..อื๊อออออออ” แจจุงหวีดร้องสุดเสียงเมื่อความปรารถนาใกล้จะถึงจุดสูงสุด

 

ทนไม่ไหวแล้ว

 

ห้วงอารมณ์นี้

 

สำลักความสุข ล้นจนไม่รู้จะทำยังไง

 

“อ๊าาาา!!!” ร่างเล็กกระตุกเฮือกเมื่ออารมณ์พวยพุ่งไปถึงจุดที่ใครเลยจะกล้าจินตนาการ น้ำสีขาวขุ่นฉีดกระจายเต็มหน้าท้องของยุนโฮที่กำลังขยับเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง ยุนโฮว่องไวและแข็งแรงเหมือนม้าศึก รุนแรงดังสิงโตก็ไม่ปาน

 

“อืม.. แจจุง อือ..” ร่างสูงครางต่ำกระแทกครั้งสุดท้ายและค้างไว้ ให้น้ำแห่งความอิ่มเอมใจนี้หลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของแจจุง ทั้งคู่หายใจหอบด้วยความเหนื่อย ยุนโฮทาบทับลงมาและประคองกอดแจจุงไว้อย่างรักใคร่

 

ยุนโฮจูบซอกคอของแจจุงและหอมแก้มไปฟอดใหญ่ มือเรียวเอื้อมเช็ดเหงื่อที่ผุดพราวอยู่ทั่วไรผมของแจจุง แม้ว่าอากาศในห้องจะเย็นพอควร แต่บทรักเมื่อครู่นี้เร่าร้อนใช่เล่นเลย แจจุงหายใจแรงจนอกกระเพื่อมขึ้นลง

 

“เก่งมากเลยครับ คนดี” ยุนโฮลูบกลุ่มผมนิ่มเล่น

 

“แฮ่ก..รัก.. รักยุนโฮนะ..รักมาก หวงด้วย อย่าไปทำแบบนี้กับใครนะ”

 

“จะไปทำกับใคร มีเมียอยู่คนเดียว ทั้งสวยทั้งน่ารัก เวลาอยู่บนเตียงก็เซ็กซี่ขนาดนี้ ให้ตายก็ไม่ไปหาคนอื่นหรอก” ยุนโฮพูดหยอกและส่งยิ้มให้แจจุงเหมือนเคย ร่างเล็กยิ้มตามก่อนจะเลื่อนหน้าไปจูบยุนโฮ ลิ้นเล็กแทรกเข้าไปและเล่นไล่จับกับคนตัวโตในโพรงปาก

 

“ยั่วกันหรอ” ยุนโฮถามเมื่อถอนจูบออก

 

“อืม” ตอบอย่างมั่นใจ

 

“ลุกไม่ขึ้นอย่าโทษแล้วกัน”

 

“อ๊ะ!! ยุนโฮ!”

 

 

 

 

 

 

HAYZTE :

จะจบแล้วหรือยังไม่จบ? ไม่รู้นะ

แล้วแต่คนอ่านอ่ะแหละ คิคิคิคิคิ

ถ้าอยากให้จบตอนนี้ ก็ทำได้ เดี๋ยวจะเขียน END ไว้ให้

จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ปมปัญหาที่ยังมีอยู่ก็คือ โคอารา

เราทุกคนรู้ว่านางทำอะไรไว้ แต่ยุนโฮไม่รู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แจจุง”

ถ้าอยากเปิดโปงนาง เราแต่งต่อได้(เพราะคิดไว้จนจบแล้วอย่างที่บอก)

แต่ไม่รับประกันว่าจะจบแบบไหน (แต่เฮสเต้ไม่ใช่คนใจร้ายอยู่แล้ว)

จะเอาจบสวยแต่ไม่เสร็จ หรือว่าอะไรยังไงก็บอกไว้แล้วกัน

 

จะว่าไป นี่คือครั้งแรกที่แต่งเอ็นซีเลยนะ จะบอกว่ายากมาก

คือเฮสเต้ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง แต่เรื่องอ่านนี่โชกโชนนัก

แต่ว่าเราอ่านเราก็ไม่ได้เก็บรายละเอียดว่ามันจะเป็นยังไงภาษาแบบไหนนึกออกป่ะ

เราจ้องแต่จะอ่านว่ามันทำอะไรกัน 55555555

ก็เลยต้องไปคุ้ยอ่านเอ็นซีของนักเขียนคนโปรดหลายท่าน

จึงออกมาเก้ๆกังๆแบบที่เห็น อย่าถือสา เราพยายามที่สุดแล้ว

บางทีอาจติดสำนวนหรือภาษาของท่านอื่นมาบ้าง แต่เราว่ามันเป็นเรื่องปกติ

สักวันภาษาเหล่านี้มันจะพัฒนาตัวเองได้จากการอ่านเยอะๆ

ไม่ได้เลียนแบบเหมือนเด๊ะ แต่คนเราก็ต้องการที่ยึดเหนี่ยวหรือแบบอย่างในการเขียน

เราเองที่ไม่เก่งก็เหมือนกัน จะให้เราเขียนเลยก็ทำไม่ได้อ่ะ คนไม่เคย 555555

 

พูดมากไปละนะหนิ สรุปจะเอายังไงก็แล้วแต่เธอแล้วกันนะจ้ะคนอ่าน

ถ้าไม่มีไรคืบหน้า เราปล่อยให้จบเงี้ย ก็ไม่ต้องเปิดโปงนางกัน ให้นางลอยนวลต่อไป

หิหิหิหิหิหิ

 

ไปละ =))